วันพุธที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2558

ตารางแสดงข้อแตกต่าง

ตารางแสดงข้อแตกต่างระหว่างผู้ที่ไม่ติดสารเสพติดและผู้ติดสารเสพติด
ผู้ที่ไม่ติดสารเสพติด
ผู้ที่ติดสารเสพติด
 สุขภาพแข็งแรงดี
 สุขภาพทรุดโทรม
 ลักษณะมีความมั่นใจ
 ลักษณะขาดความมั่นใจ
 รู้สึกสดชื่น ไม่ซึมเศร้า
 รู้สึกหวาดระแวงตลอดเวลา
 สนใจคนรอบข้างและสิ่งรอบข้าง
 ไม่สนใจต่อสิ่งแวดล้อม
 อารมรณ์คงที่ไม่แปรปรวน
 อารมณ์เปลี่ยนแปลงง่าย
 ใช้จ่ายเท่าที่จำเป็น
 ใช้จ่ายฟุ่มเฟือยเกินเหตุ
 พฤติกรรมปกติ
 พฤติกรรมก้าวร้าว

หลักในการหลีกเลี่ยงและป้องกันการติดสิ่งเสพติด

หลักในการหลีกเลี่ยงและป้องกันการติดสิ่งเสพติด
1.เชื่อฟังคำสั่งสอนของพ่อแม่ ญาติผู้ใหญ่ ครู และคนอื่นๆ ที่น่านับถือและหวังดี
2.เมื่อมีปัญหาควรปรึกษาครอบครัว ครู หรือผู้ใหญ่ที่น่านับถือ ไม่ควรเก็บปัญหานั้นไว้หรือหาทางลืมปัญหาโดยใช้สิ่งเสพย์ติดช่วยหรือ ใช้เพื่อเป็นการประชด
3.หลีกเลี่ยงให้ห่างไกลจากผู้ติดสิ่งเสพย์ติด หรือผู้จำหน่ายสิ่งเสพย์ติด
4.ถ้าพบคนกำลังเสพสิ่งเสพย์ติด หรือจำหน่ายให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ 
5.ศึกษาให้มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับโทษของสิ่งเสพย์ติด เพื่อจะได้ป้องกันตัวและผู้ใกล้ชิดให้ห่างจากสิ่งเสพย์ติด
6.ต้องไม่ให้ความร่วมมือเข้าไปเกี่ยวข้องกับเพื่อนที่ติดสิ่งเสพย์ติด เช่นไม่ให้ยืมเงิน
7.ไม่หลงเชื่อคำชักชวนโฆษณา หรือคำแนะนำใดๆ หรือแสดงความเก่งกล้าเกี่ยวกับการเสพสิ่งเสพย์ติด
8.ไม่ใช้ยาอันตรายทุกชนิดโดยไม่ได้รับคำแนะนำจากแพทย์ และควรใช้ยาที่แพทย์แนะนำให้ตามขนาดที่แพทย์สั่งไว้เท่านั้น
9.หากสงสัยว่าตนเองจะติดสิ่งเสพย์ติดต้องรีบแจ้งให้ผู้ใหญ่ทราบ
10.ยึดมั่นในหลักธรรมของศาสนา หรือคำสอนของศาสนาทุกศาสนา เพราะทุกศาสนามีจุดมุ่งหมายให้บุคคลประพฤติแต่สิ่งดีงามและละเว้นความชั่ว

บทบาทของสถาบันสำคัญต่าง ๆ ในการป้องกัน และแก้ไขปัญหาสิ่งเสพติด

บทบาทของสถาบันสำคัญต่าง ๆ ในการป้องกัน และแก้ไขปัญหาสิ่งเสพติด

1.บทบาทของครอบครัว
ครอบครัวเป็นสถาบันที่สำคัญที่สุดสำหรับทุกคน ครอบครัวที่อบอุ่นและมีระเบียบวินัย จะช่วยให้สมาชิกในครอบครัวมีความเป็นอยุ่อย่างปกติสุข พ่อแม่หรือผู้ปกครองเป็นบุคคลสำคัญ ที่จะทำให้ครอบครัวมีลักษณะดังกล่าวดังนั้น พ่อแม่หรือผู้ปกครองของแต่ละครอบครัว จึงควรเอาใจใส่ดูแลบุตรหลานให้ความรักความอบอุ่นอย่างทั่วถึง ก็จะทำให้เยาวชนห่างไกลจากสิ่งเสพติดชนิดต่าง ๆ ได้ นอกจากนี้ ถ้าพบว่ามีสมาชิกในครอบครัวติดสิ่งเสพติด ต้องรีบพาไปรับการรักษาที่โรงพยาบาลหรือสถาบันบำบัดรักษาต่าง ๆ
2.บทบาทของโรงเรียน
โรงเรียนเป็นสถาบันสำคัญรองลงมาจากครอบครัว จึงมีบทบาทสำคัญที่จะทำให้เยาวชนปลอดภัยจากสิ่งเสพติด โดยโรงเรียนควรแสดงบทบาท  ดังนี้
(1)ให้ความรู้ในเรื่องสิ่งเสพติดแก่นักเรียน
(2)ครูอาจารย์ให้ความเอาใจใส่ดูแลนักเรียน และเป็นที่ปรึกษาที่ดีให้แก่นักเรียน
(3)เมื่อทราบว่ามีนักเรียนติดสิ่งเสพติด โรงเรียนต้องรบแจ้งให้พ่อแม่หรือผู้ปกครองนักเรียนทราบ แล้วร่วมมือกันแก้ปัญหาให้กับเยาวชนต่อไป
(4)โรงเรียนควรจัดกิจกรรมต่าง ๆ และแหล่งนันทนาการให้แก่นักเรียนอย่างเพียงพอ
3.บทบาทของรัฐบาล
รัฐบาลมีบทบาทสูงและกว้างไกลสำหรับการแก้ไขปัญหาสิ่งเสพติดให้กับประชาชนทุกคน โดยการดำเนินการด้านต่าง ๆ ดังนี้
(1)พยายามแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจและสังคมที่เป็นสาเหตุชักจูงหรือผลักดันให้ประชาชนไปสู่การติดสิ่งเสพติด เช่น ความยากจนของประชาชน ความไร้ระเบียบของสังคม เป็นต้น ให้น้อยลงหรือหมดไป
(2)ให้ความรู้ความเข้าใจถึงโทษและอันตรายของสิ่งเสพติดต่อประชาชน
(3)เผยแพร่สิ่งดีงามในดานวัฒนธรรม ประเพณี และศีลธรรมอันดีงามให้กับประชาชน จนทุกคนสามารถตระหนักถึงสิ่งดีงามดังกล่าวในการปฎิบัติกิจกรรมต่าง ๆ ในชีวิตประจำวัน
 (4)ปราบปรามและจับกุมแหล่งผลิตและแหล่งค้าสิ่งเสพติดชนิดต่าง ๆ ไม่ให้สิ่งเสพติดตกไปถึงมือประชาชน
(5)ออกกฎหมายให้ลงโทษผุ้กระทำความผิดเกี่ยวกับสิ่งเสพติดให้รุนแรงขึ้นอย่างเหมาะสม

โทษและพิษภัยของสารเสพติดต่อครอบครัว

โทษและพิษภัยของสารเสพติดต่อครอบครัว
1.ความรับผิดชอบต่อครอบครัว และญาติพี่น้องจะหมดสิ้นไป ไม่สนใจที่จะดูแลครอบครัว
2.ทำให้สูญเสียทรัพย์สิน เงินทอง ที่จะต้องหามาซื้อสารเสพติด จนจะไม่มีใช้จ่ายอย่างอื่น  
3.ทำงานไม่ได้ขาดหลักประกันของครอบครัว และนายจ้างหมดความไว้วางใจ
4.สูญเสียสมรรถภาพในการหาเลี้ยงครอบครัว นำความหายนะมาสู่ครอบครัว
5.พ่อแม่และญาติพี่น้องจะรู้สึกผิดหวังและไม่สบายใจ

โทษทางร่างกายและจิตใจของสารเสพติด

โทษทางร่างกายและจิตใจของสารเสพติด
1.สารเสพติดจะให้โทษโดยทำให้การปฏิบัติหน้าที่ ของอวัยวะส่วนต่างๆ ของร่างกายเสื่อมโทรม พิษภัยของสารเสพย์ติดจะทำลายประสาท สมอง ทำให้สมรรถภาพเสื่อมลง มีอารมณ์ จิตใจไม่ปกติ เกิดการเปลี่ยนแปลงได้ง่าย เช่น วิตกกังวล เลื่อนลอยหรือฟุ้งซ่าน ทำงานไม่ได้ อยู่ในภาวะมึนเมาตลอดเวลา อาจเป็นโรคจิตได้ง่าย
2.ด้านบุคลิกภาพจะเสียหมด ขาดความสนใจในตนเองทั้งความประพฤติความสะอาดและสติสัมปชัญญะ มีอากัปกิริยาแปลกๆ เปลี่ยนไปจากเดิม
3.สภาพร่างกายของผู้เสพจะอ่อนเพลีย ซูบซีด หมดเรี่ยวแรง ขาดความกระปรี้กระเปร่าและเกียจคร้าน เฉื่อยชา เพราะกินไม่ได้ นอนไม่หลับ ปล่อยเนื้อ ปล่อยตัวสกปรก ความเคลื่อนไหวของร่างกายและกล้ามเนื้อต่างๆ ผิดปกติ
4.ทำลายสุขภาพของผู้ติดสารเสพติดให้ทรุดโทรมทุกขณะ เพราะระบบอวัยวะต่าง ๆ ของร่างกายถูกพิษยาทำให้เสื่อมลง น้ำหนักตัวลด ผิวคล้ำซีด เลือดจางผอมลงทุกวัน
5.เกิดโรคภัยไข้เจ็บได้ง่าย เพราะความต้านทานโรคน้อยกว่าปกติ ทำให้เกิดโรคหรือเจ็บไข้ได้ง่าย และเมื่อเกิดแล้วจะมีความรุนแรงมาก รักษาหายได้ยาก
6.อาจประสบอุบัติเหตุได้ง่าย สาเหตุเพราะระบบการควบคุมกล้ามเนื้อและประสาทบกพร่อง ใจลอย ทำงานด้วยความประมาท และเสี่ยงต่ออุบัติเหตุตลอดเวลา
7.เกิดโทษที่รุนแรงมาก คือ จะเกิดอาการคลุ้มคลั่ง ถึงขั้นอาละวาด เมื่อหิวยาเสพติดและหายาไม่ทัน เริ่มด้วยอาการนอนไม่หลับ น้ำตาไหล เหงื่อออก ท้องเดิน อาเจียน กล้ามเนื้อกระตุก กระวนกระวาย และในที่สุดจะมีอาการเหมือนคนบ้า เป็นบ่อเกิดแห่งอาชญากรรม

โทษและพิษภัยของสารเสพติด

โทษและพิษภัยของสารเสพติด
               อันตรายต่อร่างกายในระบบประสาท สมอง ซึ่งเปรียบเสมือนศูนย์บัญชาการของร่างกายและชีวิตมนุษย์ การติดสารเสพติดเหล่านั้นจึงไม่มีประโยชน์อะไรเกิดขึ้นแก่ร่างกายเลย แต่กลับจะเกิดโรคและพิษร้ายต่างๆ จนอาจทำให้เสียชีวิต หรือ เกิดโทษและอันตรายต่อครอบครัว เพื่อนบ้าน สังคม และชุมชนต่างๆ ต่อไปได้อีกมาก

แนวคิดการแก้ปัญหา

แนวคิดการแก้ปัญหา
               ทำให้ในปัจจุบันมีหน่วยงานหลายฝ่ายให้ความสนใจแก้ปัญหาวัยรุ่นกับยาเสพติดมากขึ้น เพราะนอกจากยาเสพติดจะเป็นตัวบ่อนทำลายอนาคตของชาติและความมั่นคงของชาติ แล้วยังปัจจัยต้นๆที่นำไปสู่การเกิดโรคติดต่อและโรคไม่ติดต่ออีกหลายชนิด ซึ่งเป็นการทำลายอัตราแรงงานของวัยทำงานของชาติอีกด้วย การแก้ไขปัญหาได้เริ่มจากการรนณรงค์ให้ครอบครัว ซึ่งถือเป็นสังคมที่ใกล้ชิดกับวัยรุ่นมากที่สุดหันมาให้เวลากับบุตรหลานและร่วมแก้ไขปัญหาด้วยกัน สังคมโรงเรียนและสถานศึกษาที่ต้องมีการติดตามสังเกตุพฤติกรรมของนักเรียนนักศึกษาที่จะเข้าข่ายเกี่ยวข้องกับยาเสพติด มีการจัดตั้งคลีนิคนิรนามเพื่อให้คำปรึกษากับผู้ติดยาเสพติดที่ต้องการจะเลิก รนณรงค์ให้สังคมเห็นว่าผู้ติดยาเสพติคือผู้ป่วยที่ต้องการกลับเข้ามาอยู่ในสังคมโดยได้รับการยอมรับจากสังคมทุกระดับ นอกจากการแก้ปัญหาข้างต้นแล้วยังมีความพยายามป้องกัน เพื่อไม่ให้วัยรุ่นเข้าไปยุ่งกับยาเสพติดอีกด้วย เช่นมีการจัดตั้งศูนย์ให้คำปรึกษาเกี่ยวกับสุขภาพจิตวัยรุ่น การรนณรงค์ให้วัยรุ่นคลายเครียดด้วยการใช้กีฬาเพื่อให้เกิดประโยชน์กับตนเอง ไม่หันไปพึ่งพายาเสพติด มีการให้ความสนใจการแสดงความคิดเห็นของวัยรุ่นเกี่ยวกับปัญหาต่างๆ เพื่อให้วัยรุ่นได้เกิดมีความรู้สึกภูมิใจในตัวเอง และกล้าแสดงออกในทางที่ถูกต้อง